สาวิกาธุดงค์ (ธ.ค. 67)

สาวิกาธุดงค์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ฝึกปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อยู่ง่ายกินง่าย ใช้ขันติเป็นเครื่องแผดเผากิเลส คอร์สนี้ชวนคุณมาลองใช้ชีวิตแบบสมถะ นอนกลางกลดท่ามกลางธรรมชาติ และบิณฑบาตข้าวสวยบริเวณหมู่บ้าน

ปรมัตถ์ภาวนา (พ.ย. 67)

เชิญชวนผู้สนใจร่วมเจริญภาวนา เพื่อสังเกตสภาพธรรมตามความเป็นจริง ไม่ได้เกิดขึ้นโดยการอ่านและการฟังเท่านั้น แต่เกิดจากการสังเกตและปฏิบัติเช่นกัน

การเตรียมอริยทรัพย์สำหรับคนไข้ระยะสุดท้าย (พ.ย. 67)

ความเจ็บความตายเป็นของธรรมดา แต่ทำอย่างไรวิถีจิตสุดท้ายที่จะจากโลกไปผู้ป่วยและคนดูแลต้องมีสติ จึงจะทำให้จิตวิญญาณของผู้ตายเข้าสู่สุคติภูมิ

อนัตตาธรรมกับการปล่อยวาง (มิ.ย. 67)

อนัตตาธรรม” เป็นการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
ทุกขณะของชีวิตมนุษย์ถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุปัจจัยนับไม่ถ้วน การเห็นชัดว่าข้อความนี้คือสัจธรรมของทุกขณะชีวิต จะเป็นภูมิต้านทานการเกิดอัตตา

**เต็มแล้ว**อริยสัจ 4 ทำคนธรรมดาให้เป็นอริยะ (มิ.ย. 67)

ผู้ศึกษาปฏิบัติตามหลักสามารถก้าวพ้นจากความเป็นปุถุชนที่หนาด้วยกิเลส สู่ภาวะแห่งอริยบุคคลที่ประเสริฐสุดด้วยคุณธรรมได้อย่างแท้จริง หลักความจริงที่ว่านี้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติตรัสเรียกว่า อริยสัจ 4 ประการ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค คอร์สนี้จะทำให้คุณได้เข้าใจในอริยสัจ 4 อย่างแท้จริง เพื่อความก้าวล่วงแห่งทุกข์ทั้งปวง

หัวใจตื่นรู้อยู่ใกล้พุทธะ เห็นธรรมะเห็นพระพุทธเจ้า (ก.ค. 67)

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสิ่งเดียวกัน เมื่อเราสร้างสติสัมปชัญญะจนเกิดการบรรลุธรรมก็เสมือนเราเห็นพระพุทธเจ้าด้วย ดังพุทธภาษิตที่ว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต”

ฝึก รู้ ออก วาง (พ.ค. 67)

เป็นโอกาสดีสำหรับท่านผู้สนใจต้องการศึกษาเรียนรู้ เส้นทางภาวนาและรูปแบบของการฝึก รู้ ออก วาง เป็นแนวทาง ให้พ้นไปจากความทุกข์ของสังขารหรือการปรุงแต่งทั้งหลายที่คอยครอบงำจิตใจมนุษย์ ให้วนเวียนและวุ่นวาย ซ้ำซากและจำเจ จนเกิดการเวียนว่ายตายเกิดเป็นวัฏสงสาร

คอร์สการฝึก รู้ ออก วาง ได้จัดขึ้นมา อย่างมีหลักการและวิธีการเพื่อใช้ปฏิบัติพัฒนาจิตวิญญาณ ให้มีประสบการณ์ ในการที่จะเรียนรู้ ออกจากสังขาร เพื่อไปสู่การเป็นอิสระ และหลุดพ้นจากการพันธนาการทั้งปวงของการปรุงแต่ง

จึงขอเชิญชวนท่านใช้โอกาสอันดีนี้ สมัครเข้ามาศึกษา เรียนรู้ เส้นทางภาวนา รู้ ออก วาง เพื่อพัฒนาจิตใจอย่างได้ผล ให้มีการพ้นไปจากวังวนนี้

**เต็มแล้ว**อริยสัจ 4 ทำคนธรรมดาให้เป็นอริยะ (เม.ย. 67)

ผู้ศึกษาปฏิบัติตามหลักสามารถก้าวพ้นจากความเป็นปุถุชนที่หนาด้วยกิเลส สู่ภาวะแห่งอริยบุคคลที่ประเสริฐสุดด้วยคุณธรรมได้อย่างแท้จริง หลักความจริงที่ว่านี้พระพุทธองค์ทรงบัญญัติตรัสเรียกว่า อริยสัจ 4 ประการ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค คอร์สนี้จะทำให้คุณได้เข้าใจในอริยสัจ 4 อย่างแท้จริง เพื่อความก้าวล่วงแห่งทุกข์ทั้งปวง

ฝึกสติเท่าทันความคิด ใช้ชีวิตเท่าทันยุคสมัย (มี.ค. 67)

ชวนฝึกสังเกตความรู้สึก นึก คิด กับธรรมชาติของวิถีชีวิตรอบตัว ฝึกการสื่อสารด้วยสติปัญญา สนทนาอย่างเข้าใจ รู้จักเลือกใช้ถ้อยคำ ฟื้นฟูสุขภาพใจ และ กายภายใต้ความเป็นอยู่อย่างง่ายในบรรยากาศที่ร่มรื่น

มารู้จักธาตุรู้ในตน (มี.ค. 67)

ชีวิตของคน ๆ หนึ่ง มีองค์ประกอบของธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศธาตุ และวิญญาณธาตุ รวม 6 ธาตุด้วยกัน วิญญาณธาตุ หรืออีกนัย คือธาตุรู้ หรือตัวรู้ นี้มีอยู่แล้วในทุกคน ทำหน้าที่รู้อารมณ์เป็นหลัก เป็นสิ่งที่วิเศษ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก ชีวิตนี้จึงไม่มีโอกาสสัมผัสกับธาตุรู้ในตนอย่างน่าเสียดาย การได้เข้าคอร์ส “มารู้จักธาตุรู้ในตน” จะช่วยฝึกฝนจิต จากที่ไม่เข้าใจตัวเอง เริ่มเข้าใจภายในของตนเองได้มากขึ้น ว่าสิ่งที่วิเศษในชีวิตยังมีอยู่ในตัวเราไม่ใช่สิ่งภายนอก จึงขอเชิญชวนมาร่วมกันพิสูจน์ว่า สิ่งที่วิเศษในตนมีอยู่ในทุก ๆ คน

ตามรอยอริยสัจ (ก.พ. 67)

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ที่ตถาคตเป็นศาสดาเอกของโลก เพราะรู้แจ้งในอริยสัจ สี่ทั้ง 12 รอบ ดังนั้นการเดินตามรอยบาทของพระพุทธเจ้า คือการเดินตามรอยอริยสัจนั่นเอง

หัวใจตื่นรู้อยู่ใกล้พุทธะ เห็นธรรมะเห็นพระพุทธเจ้า (ม.ค. 67)

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสิ่งเดียวกัน เมื่อเราสร้างสติสัมปชัญญะจนเกิดการบรรลุธรรมก็เสมือนเราเห็นพระพุทธเจ้าด้วย ดังพุทธภาษิตที่ว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต”

ฝึกรู้ตัวเพื่อให้เกิดตัวรู้ (ม.ค. 67)

การฝึกรู้ตัวให้เกิดตัวรู้ รู้ตัวแรกคือฝึกสติสัมปชัญญะเมื่อฝึกมากเข้าด้วยความเพียรที่ต่อเนื่องจะเกิดสมาธิและเป้าหมายสำคัญคือได้ปัญญา (นั่นคือเกิดตัวรู้หรือญาณ)